Browse By

เทคนิคการแก้ปัญหาอาการต่าง ๆ ขณะเขียนบทความ

การเขียนบทความนั้น บางครั้งก็ดูเหมือนง่ายและลื่นไหลดี แต่บางคราวกลับนั่งมองหน้ากระดาษเปล่าเป็นชั่วโมงโดยไม่รู้จะเขียนอะไรดี เขียนแล้วไม่มีเนื้อหาสาระที่ต้องการสื่อ เขียนไม่ออก รู้สึกยากขึ้นมาเสียอย่างนั้น ซึ่งคุณไม่ควรท้อแท้หรือล้มเลิก แต่ควรหาวิธีการที่หลากหลายเพื่อจะช่วยให้งานเขียนบทความของคุณสำเร็จลุล่วงตามที่มุ่งหมายไว้ในใจ วันนี้เรามีคำแนะนำและเทคนิคบางประการในการเขียนบทความมาฝากกันค่ะ

เครื่องมือช่วยให้การเขียนบทความได้ตรงใจ

บทความที่ดีจะต้องอ่านแล้วเข้าใจง่าย เนื้อหามีคุณภาพไม่ไร้สาระ โดยคุณจะต้องมีเรื่องที่จะสื่อหรือบอกผู้อ่านก่อนว่าเมื่อผู้อ่านบทความจบเขาจะได้อะไร เมื่อคุณรู้แล้ว ก็ลงมือเขียน ซึ่งงานเขียนจะออกมาตรงใจกับสิ่งที่คุณต้องการสื่อ บางคนอาจใช้มายแมพ (แผนที่ความคิด) เข้ามาช่วยเพื่อให้เห็นโครงสร้างในสิ่งที่ตนกำลังเขียน หรือบางคนอาจจะใช้คีย์เวิร์ดสัก 3 คำ เข้ามาช่วย ซึ่งขึ้นอยู่ว่าใครจะถนัดหรือชอบเทคนิคไหนก็ล้วนนำมาช่วยในการเขียนบทความได้ทั้งสิ้น

จำเป็นต้องวางแผนในการเขียน

การมีโครงสร้างงานเขียนจะช่วยให้นักเขียนบทความเขียนได้ง่ายและมีทิศทางในการเขียน นักเขียนบทความบางคนอาจจะร่างโครงสร้างเรื่องที่จะเขียนขึ้นมาก่อน แต่บางคนอาจจะร่างไว้ในหัว แล้วลงมือเขียนได้เลย ซึ่งจะเห็นว่าสิ่งที่เหมือนกันคือพวกเขามีโครงสร้างบทความที่จะเขียน ก่อนลงมือเขียนจริง สำหรับนักเขียนมือใหม่อาจใช้การร่างในกระดาษหรือในคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจในสิ่งที่ตนจะเขียนมากขึ้น เมื่อถึงเวลาลงมือเขียนก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายขึ้น

เทคนิคการแก้ปัญหาอาการต่าง ๆ ขณะเขียนบทความ

การเรียนเขียนกับบรรดานักเขียนมืออาชีพดีอย่างไร

บางครั้งเราไปนั่งฟังนักเขียนมืออาชีพสอนในคอร์ส บางคนอาจไปเรียนมาหลายสำนักหรือหลายอาจารย์ ซึ่งแต่ละอาจารย์ก็มีเทคนิคหรือคำพูดเกี่ยวกับการเขียนให้คุณได้จดจำและนำมาใช้ ซึ่งคำสอนนี้อาจผุดขึ้นมาช่วยในยามที่คุณกำลังติดขัด เขียนบทความไม่ออก เขียนไม่ลื่นไหล การเรียนโดยการฟัง หรือจากการอ่านด้วยตัวเองก็ตามล้วนเป็นประโยชน์ต่อตัวนักเขียนทั้งสิ้น นักเขียนจึงควรใส่ใจที่จะฟังและอ่านในเรื่องที่เกี่ยวกับการเขียนเป็นประจำเพื่อพัฒนาการเขียนบทความให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

นักเขียนต้องรู้เทคนิคต่าง ๆ

มีเทคนิคมากมายที่ช่วยให้นักเขียนบทความเขียนงานออกเขียนได้ง่ายขึ้น บางครั้งนักเขียนก็มีอาการตันไม่รู้จะเขียนอะไร เนื่องจากเรื่องที่จะเขียนก็มีคนเขียนไปหมดแล้ว หรืออยากเขียนเรื่องนี้แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ซึ่งบางคนก็ใช้เทคนิคหาความคิดจากในเฟซบุ๊ค อ่านข้อความของคนอื่นไปเรื่อย ๆ อย่างตั้งใจ สักพักก็เกิดอาการคิดออกขึ้นมา ก็นำมาเขียนกับบทความของตน หรือบางคนอาจละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วไปทำงานบ้านสักพัก ระหว่างทำงานบ้านอาจเกิดอาการปิ๊งแวบหรือคิดออกขึ้นมาก็รีบกลับมาเขียนต่อ ซึ่งเทคนิคนั้นมีหลายวิธีที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับการนำมาใช้แล้วได้ผลของนักเขียนเอง ซึ่งแต่ละคนก็มีเทคนิคที่ไม่เหมือนกัน แต่ท้ายสุดคือได้งานเขียนที่ออกมาตรงใจก็ถือว่าสำเร็จตามความมุ่งหมาย

ในระหว่างการเขียนบทความนั้น คุณอาจจะเจออาการต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเขียนบทความ เช่น การเขียนไม่ออก การไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดี ไม่มีเนื้อหาสาระตามที่ต้องการ นักเขียนจึงต้องหาเทคนิคที่จะนำมาช่วยให้ตนเองเขียนงานได้ลุล่วง ซึ่งคุณสามารถใช้เทคนิคของนักเขียนรุ่นพี่หรือคิดค้นขึ้นมาเองก็สามารถทำได้ทั้งสิ้น

Comments

comments